อาหารตาม (พ่อ) สั่ง

ข้าวผัดแกงเขียวหวาน

เรื่องของเรื่องเกิดจากสาวๆนักชิม เพื่อนของตะหลิวบอกว่า อยากทานข้าวผัดแปลกๆ อย่างข้าวผัดแกงเขียวหวานของร้านกาแฟดังร้านหนึ่ง แต่ติดตรงที่ว่าถ้าไปกันหลายคนก็คงหมดกันเป็นหลักพันแน่นอน ก็เลยมาถามตะหลิวว่าทำเป็นหรือเปล่า

งานนี้มีเหรอที่ตะหลิวจะตอบ "ทำไม่ได้" ให้เสียชื่อคุณพ่อที่เป็นถึงอดีต "กุ๊ก" ใหญ่ประจำโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวที่โด่งดังหมด

ดังนั้น พอลับหลังสาวนักชิม ตะหลิวก็ต้องแอบค้นคลังข้อมูลของคุณพ่อ คือตำราอาหารที่ตกทอดกันจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่สมัย "ก๋ง" โน่นแหนะ แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่า "ข้าวผัดแกงเขียวหวาน" นี่มันอาหารยุคใหม่ จะไปเหมือนสูตรผัดไทย หอยทอด แกงส้มเมื่อสมัยเกือบ 100 ปีโน่นได้อย่างไร คิดได้แบบนี้ ตะหลิวเลยต้องโทรศัพท์ไปรบกวนคุณพ่ออดีตกุ๊กใหญ่ว่า ข้าวผัดแกงเขียวหวานนี่เขาทำอย่างไร

คุณพ่อเลยบอกสูตรพร้อมเคล็ดวิชามาให้ตะหลิว ซึ่งเมื่อทำตามแล้วถึงได้รู้ว่า "ข้าวผัดแกงเขียวหวาน" นี่เป็นอาหารจานง่ายอีก 1 จาน โดยมีสูตรอาหารดังนี้

สูตรอาหาร

กะทิหรือนมสด 250 ซีซี

น้ำพริกแกงเขียวหวาน 1 ช้อนโต๊ะ

เนื้อไก่ 2-3 ขีด

มะเขือเปาะ 4-5 รูป

ใบมะกรูด 4-5 ใบ

พริกชี้ฟ้าแดง 1-2 เม็ด

โหระพา 4-5 กิ่ง

ข้าวสวย 2 จาน

น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันผัด 1 ช้อนโต๊ะ

ขิงดอง ตามชอบ

ก่อนจะไปเริ่มทำข้าวผัดแกงเขียวหวานกัน ตะหลิวมีเรื่องเล่าก่อนจ้ะ

1. น้ำพริกแกงเขียวหวาน คุณผู้อ่านไม่ต้องไปตำเองหรอกนะจ๊ะ เดินไปตลาด หรือห้างสรรพสินค้า แล้วหยิบแบบสำเร็จรูปกลับมาก็ได้ อาจถามเพื่อนสนิทนิดหน่อยก็ได้ว่ายี่ห้อไหนดี

2. เรื่องนมสดกับกะทิ คือแต่เดิมนั้นแกงเขียวหวานนี่เค้าจะใช้กะทิเป็นพื้นจ๊ะ แต่คราวนี้มีบางท่านต้องการงดกะทิ จะเป็นเพราะลดความอ้วน หรือต้องระวังเรื่องอาหารก็ตาม ก็เลยมีใครบางคนเปลี่ยนจากกะทิมาใช้นมสดแทน ถึงแม้รสชาติอาจไม่อร่อยเท่าแต่ก็ถือว่าพอหยวนๆกันไปได้

3. มะเขือเปาะ เดี๋ยวเราจะต้องหั่นมะเขือเป็น 2 ส่วน หรือ 4 ส่วน แต่ปัญหาคือถ้าหั่นทิ้งไว้แป๊บเดียว เนื้อมะเขือจะดำ ดังนั้น เรามีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ หั่นแล้วเอาลงไปผัดทันที หรือไม่ก็หั่นแล้วเอาลงไปแช่ในน้ำเกลือสัก 4-5 นาทีก่อนนำไปผัด แต่สำหรับตะหลิวถนัดแช่น้ำเกลือมากกว่า

4. ขิงดองเป็นเครื่องเคียงจ๊ะ ไม่ต้องสงสัย

คราวนี้ก็ถึงเวลาเริ่มปรุงกันซะที ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

1. อันดับแรกให้เตรียมเครื่องปรุงก่อน โดยไก่ให้หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ

2. เด็ดใบโหระพาเป็นใบๆ ใส่ถ้วยพักไว้

3. ฉีกใบมะกรูดเป็นชิ้นใหญ่ๆ ใส่ถ้วยพักไว้

4. พริกชี้ฟ้าให้หั่นเฉียงเป็นแว่นๆ ใส่ถ้วยพักไว้

5. หั่นมะเขือเปาะเป็น 4 ส่วน หรือ 2 ส่วนก็ได้ตามชอบใจ แล้วแช่น้ำเกลือไว้

6. เมื่อเครื่องปรุงทุกอย่างพร้อมแล้ว คราวนี้ก็ตั้งกระทะใส่ น้ำมันผัดลงไป ใช้ไฟกลาง

7. พอน้ำมันเริ่มร้อนให้ใส่น้ำพริกแกงเขียวหวานลงไปผัดต่อจนหอม

8. จากนั้นใส่กะทิ (หรือนมสด) ลงไปผัดต่อ คราวนี้ให้คนกระทะเบาๆ จนกะทิแตกมัน คือเห็นเป็นน้ำมันลอยอยู่บนผิวหน้า

9. ใส่ไก่ลงไปผัดต่อจนไก่สุก

10. ถ้าชอบมะเขือนิ่มๆ ให้ใส่มะเขือที่ขั้นตอนนี้แล้วผัดต่อไป

11. ปรุงรสชาติด้วยน้ำปลา น้ำตาล โดยให้ออกไปทางหวานหน่อย

12. พอรสชาติเข้าที่ดีแล้ว ให้ใส่ใบมะกรูดลงไปผัด 2-3 ที

13. ถ้าใครชอบมะเขือกรอบๆ ให้ใส่มะเขือที่ขั้นตอนนี้

14. ใส่ข้าวสวยลงไปผัดต่อ คลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำแกงเขียวหวาน

15. ใส่โหระพา กับพริกชี้ฟ้าลงไปผัด 2-3 ที

16. เวลารับประทาน ให้รับประทานคู่กับขิงดองเป็นเครื่องเคียง

สูตรนี้รับประกันความอร่อยจ๊ะ เพราะลองนำมาเสิร์ฟคู่กับขิงดองให้บรรดาสาวนักชิมที่รออยู่ ทุกคนติดใจ แล้วคุณผู้อ่านล่ะจ้ะ ไม่ลองทำเองที่บ้านบ้างเหรอ

 

Note : เรื่องการคนกระทะตอนคั่วกะทินี่สมัยเด็กๆ ตะหลิวโดนผู้ใหญ่ตีมืออยู่บ่อยๆ เพราะเวลาคนกระทะนี่ยังกับผัดผักบุ้งไฟแดง (ท่านว่ามา) ผู้ใหญ่เลยตีมือพร้อมกับบอกว่า คนแรงๆ กะทิแตกหมด ตอนนั้นตะหลิวดูไม่เป็นหรอกว่ากะทิแตกเป็นอย่างไร เพิ่งมารู้เอาตอนโตนี่เองว่า ถ้าคนแรงไป น้ำมันจากกะทิจะเป็นเม็ดเล็กๆ รวมอยู่ในน้ำแกง จนไม่แตกมันย่องอย่างเวลาที่เราเห็นในหม้อแกงของแม่ค้า แล้วอีกครั้งที่ตะหลิวโดนตีมือ คือไม่ยอมคนกระทะ กะทิเลยเข้าฝัก ซึ่งอาการก็คือ กะทิจับตัวเป็นก้อนๆ อยู่ก้นกระทะ เหมือนเวลาเราต้มโจ๊ก เอาถ้วยแบบใส่น้ำร้อนแล้วไม่คนเลย แต่รายการนี้แย่กว่า เพราะความอร่อยหายไปเกือบหมด