บุคลิกภาพ-มุมมองแฟชั่นและการแต่งกาย

"ยายฉิม"เก็บเห็ด

เมื่อครั้งไปรับประทานอาหารที่ร้าน Baan Thai ที่มงต์ฟอรต์-ลาโมรี (Montfort-L'Amaury) "คุณแอ๊ด"   เล่าว่าได้ไปเก็บ "เห็ดแซป" (cepe) ในป่าไม่ไกลจากบ้านนัก พร้อมกับชักชวนให้ไปเก็บเห็ดในวันหนึ่ง ทำให้คณะชาวกรุงตาโต ด้วยว่าไม่เคยไปเก็บเห็ดเลย ได้แต่ได้ยินเสียงเล่าขาน และข่าวที่ว่านักนิยมเก็บเห็ดเข้าโรงพยาบาลเพราะเห็ดเป็นพิษ จึงค่อนข้างกริ่งเกรง แต่ "คุณแอ๊ด" ยืนยันว่ารู้จักเห็ด cepe เป็นอย่างดี จึงเป็นที่มาของการนัดหมายไปเก็บเห็ด

ชาวกรุงตื่นแต่มืดเพราะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔๕ นาที ถึงมงต์ฟอรต์-ลาโมรี อันเป็นที่นัดหมายกับ "คุณแอ๊ด" และพลพรรค แล้วจึงขับรถตามกันไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง ถึงราวป่ารองบุยเบต์  (Rambouillet) แหล่งอุดมด้วยเห็ด cepe 

เมื่อย่างเข้าเดือนกันยายน เห็ดในป่าเริ่มผุดขึ้นเหนือดิน ยิ่งได้ฝนแล้ว เห็ดจะอุดม หากกันยายน ๒๐๑๑ อากาศวิปริต ที่เคยอากาศเย็น กลับร้อนราวกับฤดูร้อน อุณหภูมิช่วงบ่ายสูงถึง ๓๐ องศา และฝนที่ทิ้งช่วง เห็ดจึงไม่น่าจะอุดม

"คุณแอ๊ด" กำชับนักหนาว่าต้องสวมรองเท้าบู๊ตยางและถุงเท้าหนา กางเกงยีนส์ หรือกางเกงเนื้อหนาสำหรับปฏิบัติการเก็บเห็ด หากชาวกรุงที่จะไปเก็บเห็ดต่างไม่มีเวลาไปหาซื้อรองเท้าบู๊ตยาง ประกอบกับมวลสมาชิกเห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญ เพราะฝนไม่ตก ป่าไม่น่าจะเฉอะแฉะ ถึงกระนั้นเมื่อถึงวันเดินทางสวมรองเท้าเปิดๆเพราะอากาศร้อน แต่นำรองเท้าบู๊ตสั้นหนังสีดำไปด้วย เพื่อนอีกคนสวมกางเกงเบอร์มิวดา (bermuda) ความยาวใต้เข่า ราวกับไม่เกรงกลัวหนามเกี่ยวและรองเท้าส้นเตี้ย แต่นำรองเท้าผ้าใบมาเปลี่ยน 

"คุณแอ๊ด" เตรียมครัวส์ซองต์ (croissant) และขนมอื่นๆสำหรับผู้หิวโหยยามเช้าและยามสิ้นปฏิบัติการเก็บเห็ด แถมมีน้ำขวดเล็กสำหรับทุกคน แล้วจึงเริ่มออกเดินทางสู่ที่หมาย

มงต์ฟอรต์-ลาโมรีอากาศเย็นกว่าที่ปารีส โชคดีที่ต่างสวมแจ๊คเก้ตมา เมื่อถึงที่หมาย ชาวคณะเปลี่ยนรองเท้า พลพรรคของ "คุณแอ๊ด" มีรองเท้าบู๊ตยางในรถ จึงกระฉับกระเฉงสมกับที่จะลุยป่า แล้วจึงพากันเดินเข้าไปในราวป่า กระจายไปสามกลุ่มโดยมี "คุณแอ๊ด" และเพื่อนเป็นผู้นำ ประเดี๋ยวเดียวได้ยินเสียงว่าเจอแล้ว "ยายฉิม"  ชาวกรุงกรูกันเข้าไปดู เห็ดแอบซ่อนอยู่ใต้ใบไม้ พอรู้ลักษณะเห็ดแล้วว่าเป็นอย่างไร จึงพากันมองหา แต่สายตาไม่ไวเหมือนผู้นำทาง

เห็ดไม่มีมากอย่างที่คิด จึงค่อยๆเดินหาตามใต้ต้นไม้ มุ่งสู่กอหญ้า ซึ่งมีเห็ดแอบซ่อนอยู่ เดินลงไปตรงร่องน้ำที่แห้งผาก พบเห็ดสีแดงดอกใหญ่หลายดอก "คุณแอ๊ด" ไม่ให้เก็บเพราะไม่เคยกิน แต่มีชาวฝรั่งเศสเก็บไปกิน ลำต้นไม้ใหญ่หรือท่อนไม้ที่กองกับพื้นหญ้าบางท่อนมีเห็ดแบนๆงอกออกมา กินไม่ได้ จึงไม่ได้เก็บ ชาวคณะส่งเสียงถามกันว่าเก็บได้บ้างหรือเปล่า เสียงตอบมาว่าไม่ค่อยมี 

"คุณแอ๊ด" เดินนำ เมื่อเห็นเห็ด cepe จะไม่เก็บ แต่บอกให้ชาวกรุงมองหาให้เจอ เมื่อเดินไปทางด้านหนึ่งไกลพอสมควร ชักชวนกันเดินไปในทิศตรงกันข้าม เดินเพลินๆไป พบว่าคนอื่นหายไปหมด เหลือเพียงคนเดียว ความวิเวกทำให้มีสมาธิในการหาเห็ด มองไปมองมา เก็บได้ดอกใหญ่ ๒ ดอก สาวน้อยคนเดียวในคณะซึ่งเพิ่งเดินทางมาฝรั่งเศสได้มาเป็น "ยายฉิม" ด้วย อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล และเก็บได้ดอกใหญ่ดอกหนึ่ง 

ตัดสินใจหันหลังกลับ หักมุมตรงไปทิศทางที่เห็น "คุณแอ๊ด" เดินไป ได้ยินเสียงกู่ตะโกน จึงกู่ตอบ เพราะได้เวลาที่ชาวคณะเดินทางกลับไปร้านอาหาร เพื่อเตรียมรับลูกค้าตอนเที่ยง ครัวส์ซองต์และขนมอื่นๆรออยู่ที่รถ ตนเองนั้นอยู่ในช่วงกินเจ ได้เตรียมกล้วยหอมไปด้วย จึงพอประทังความหิวได้

กลับมาที่มงต์ฟอรต์-ลาโมรี ชาวกรุงพากันเดินไปยังใจกลางเมืองเพื่อซื้อหนังสือพิมพ์และโปสการ์ด สาวน้อยพร่ำพูดว่าสนุกจังเลย หนูอยากมาอีก แล้วหนูจะมาได้ไหมเนี่ย เพราะวันรุ่งขึ้นต้องเดินทางไปยังเมืองตูรส์ (Tours) เพราะจะไปเรียนภาษาที่นั่น

เนื่องจากเป็นเทศกาลกินเจ จึงเตรียมอาหารเจไปด้วยอย่างหนึ่ง ต้มเค็มเต้าหู้กับเห็ดหูหนูดอกไม้จีนและเห็ดหอม "คุณแอ๊ด" ให้แม่ครัวปรุงเห็ด cepe ที่เก็บมาได้ โดยเสนอทำไข่เจียวเห็ด (omelette) จึงบอกว่าขอผัดเห็ดเปล่าๆจานหนึ่ง ใส่พริกไทยและซีอิ๊วขาวก็พอ คนกินเจได้อาหารมาก่อน ต้มเค็มเต้าหู้อุ่นร้อนๆ ผัดเห็ดมาจานเล็ก ชาวคณะขอชิมด้วย เห็ด cepe หอมหวานอร่อยจริงๆ สักครู่หนึ่งกระทะไข่เจียวก็มา หอมน่ากินทีเดียว ชาวคณะสั่งยำเนื้อ ลาบเนื้อปรุงแบบชาวเหนือ ก้ามปูผัดผงกะหรี่และหอยเชลล์ผัดกระเทียมพริกไทย สั่งแบบไม่เกรงใจคนกินเจ ซึ่งได้แต่มองตาปริบๆ 

แซลมอนเป็นปลาที่มีกลิ่นฉุนมาก ทอดทีกลิ่นตลบอบอวลบ้านไปหลายวัน แม้จะเปิดหน้าต่างครัวและประตูบ้านเพื่อให้อากาศถ่ายเทก็ตาม ภายหลังจึงชอบนำเข้าเตาอบหรือนึ่งด้วยไมโครเวฟ แต่ก็ไม่หอมเหมือนทอด คราใดที่ทอด จะได้รับคำชมว่าวันนี้ปลาอร่อยจริงๆ ทั้งๆที่ใส่เพียงเกลือและพริกไทยเท่านั้น และแล้ววันหนึ่งในช่วงกินเจ ซื้อปลาแซลมอนมาชิ้นหนึ่ง แล้วจัดการทอดให้คนข้างเคียง เมื่อเนื้อปลาเริ่มสีออกน้ำตาล กลิ่นยิ่งหอม เอื้อมมือไปดึงส่วนที่เกรียมๆเพียงหน่อยเดียวเข้าปากด้วยความเคยชิน พลันที่กลืนลงไป ตื่นตระหนกว่านี่กำลังกินเจอยู่นะ รีบล้างปากให้หายคาว แต่เนื้อปลาลงพุงไปแล้ว

เจจึงแตกด้วยประการเช่นนี้ แต่ก็ยังคงกินเจต่อไปจนกว่าจะครบวัน