สมุนไพรเพื่อสุขภาพ

สมุนไพรลดอาการหมดประจำเดือน

สภาวะการหมดประจำเดือน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของผู้หญิง และเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ มีสาเหตุจากร่างกายลดการผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับระบบการสืบพันธุ์ ด้วยเหตุที่ว่า...ฮอร์โมนไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป วัยใกล้หมดประจำเดือนหรือวัยหมดประจำเดือน เริ่มเมื่ออายุระหว่าง 45-50 ปี ส่วนใหญ่ไม่สบายทั้งร่างกายและจิตใจ จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ร่างกายจะปรับเข้ากับสภาวะใหม่ได้เอง

ในช่วงใกล้หมดประจำเดือนหรือหมดประจำเดือน คนโบราณมักเรียกกันว่า "เลือดจะไปลมจะมา" นั่นหมายถึงระยะการทำงานของเลือดน้อยลง ซึ่งเลือดหมายถึงกลไกที่เรียกว่า "ปิตตะ" มีหน้าที่ทำให้เกิดการเผาผลาญหรือย่อยอาหาร นอกจากนี้การทำงานของ "เสมหะ" ก็น้อยลง ทำให้การสร้างเยื่อบุเมือกน้อยลง ทุกส่วนของร่างกายขาดความชุมชื้น ในขณะเดียวกันมีการกำเริบของ "วาตะ" จะมีอาการคิดมาก วิตกกังวล นอนไม่หลับ ซึมเศร้า ปวดมึนศีรษะ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดบ่อย ใจสั่น จุกแน่นท้อง ท้องผูก ชาตามมือตามเท้า จากการที่เสมหะหรือการผลิตเยื่อบุเมือกลดลง จึงทำให้เกิดธาตุไฟพิการไปด้วย จึงมีอาการหงุดหงิด เกรี้ยวกราด โมโหง่าย เหงื่อออกตามมือ หรือมีอาการแปลกๆอย่าง อาการร้อนในท้อง

อาการที่กล่าวมาแล้วนั้นเรียกว่า อาการของหญิงวัยหมดประจำเดือน ในรายที่มีอาการมากจนทำให้ร่างกายทรุดโทรม แพทย์แผนปัจจุบันจะสั่งยาเพิ่มฮอร์โมนให้รับประทาน ซึ่งมีรายงานการวิจัยสนับสนุนว่า การใช้ยาเพิ่มฮอร์โมนมีประโยชน์ รวมทั้งมีผู้หญิงเป็นจำนวนมาก เลือกใช้ฮอร์โมนทดแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อต้องการรักษาความเปล่งปลั่ง ที่เคยมีมาไว้ให้นานที่สุด แต่ในมุมมองการแพทย์ตะวันออก กลับมองว่าเป็นการฝืนธรรมชาติ อาจจะมีสิ่งตอบแทนที่ต้องจ่าย คือความเสี่ยงจากการกินฮอร์โมนทดแทน

การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของผู้หญิงนั้น สังคมตะวันออกมีองค์ความรู้อยู่มากมาย ทั้งสมุนไพรและการปฏิบัติตัวก่อนจะถึงวัย เช่น จะนิยมให้ผู้หญิงมีความแข็งแรง หรือให้ดูมีเนื้อมีหนัง ยามแก่เฒ่ากระดูกจะไม่บาง ไม่พรุนง่าย โดยมีวัฒนธรรมการกินผักตามวิถี มีชีวิตในที่มีโอกาสสัมผัสกับแสงแดด มีการเข้าวัด ถือศีล ฟังธรรม ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ ในภาวะเลือดจะไปลมจะมานั้น ก็จะสามารถปฏิบัติตัวเท่าทัน และปรับอารมณ์ได้ แต่หากไม่ได้เตรียมการไว้ในยามนี้ มักเกิดอารมณ์ที่หดหู่ เศร้าหมอง หรือแปรปรวน บางทียาแผนปัจจุบันก็ช่วยไม่ได้ และอาจเกิดการติดยาทางจิตเวชได้อีกด้วย

ในทางการแพทย์แผนไทย มีสมุนไพรที่ช่วยลดอาการวัยหมดประจำเดือน โดยสมุนไพรพื้นฐานที่ต้องใช้ คือสมุนไพรมีรสสุขุมที่คุมธาตุลม เช่น ยาหอม ยาที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย ลดความแห้งจากธาตุลม และการทำงานที่ลดลงของเสมหะ เช่น วุ้นว่านหางจระเข้ รากสามสิบ หรือยาช่วยบำรุงเลือด เช่น คำฝอย กระเจี๊ยบ ขมิ้น สำหรับในรายที่มีอาการหนาวใน ส่วนตัวบวมให้เพิ่มสมุนไพรรสร้อน เช่น ขิง ดีปลี พริกไทย ยอ รวมถึงเมล็ดหมามุ่ย ที่นอกจากเป็นยาแฮงผู้ชายแล้ว ยังช่วยผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้เช่นกัน

ยาหอม ยาตำรับรสสุขุมที่มีกลิ่นหอม มีส่วนประกอบหลักอย่างมะลิ พิกุล บุนนาค สารภี เกสรบัวหลวง ดอกจำปา กระดังงา ลำดวน ลำเจียก กฤษณา ขอนดอก กระลำพัก เปลือกสมุลแว้ง เปราะหอม ชะลูด หญ้าฝรั่น โกฐจันทน์ โดยช่วยในเรื่องเหงื่อออกตอนกลางคืน ลดอาการร้อนวูบวาบ หรือปรับอารมณ์แปรปรวนได้ระดับหนึ่ง

ว่านหางจระเข้ ช่วยให้ความชุ่มชื้น ทำให้ระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง คงความหนุ่มสาวไว้ได้ดี ลดอาการเหงื่อออกตอนกลางคืน และทนต่อความร้อน

รากสามสิบ เป็นอาหารและสมุนไพร ที่ดีที่สุดตัวหนึ่งสำหรับผู้หญิง จนมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า "สาวร้อยผัว" ซึ่งหมายความว่า...แม้จะอายุมากปานใดก็ยังสาวเสมอ รากสามสิบช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับเยื่อบุต่างๆ รวมทั้งเรื่องของผิวพรรณและระบบสืบพันธ์ให้แข็งแรง สามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่ทารกในครรภ์จนถึงคนชรา

คำฝอย ช่วยในเรื่องการบำรุงเลือด เพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย และลดการเพิ่มน้ำหนักในระยะหลังหมดประจำเดือน

ยอ ผลไม้เพื่อสุขภาพของผู้หญิง ตั้งแต่วัยสาวจนถึงวัยชรา ผลเป็นยาร้อนช่วยขับประจำเดือน แก้ปวดประจำเดือน ช่วยย่อยอาหาร ลดการกำเริบของลม แก้ปวดเมื่อย นอนไม่หลับ หนาวใน คลื่นไส้อาเจียน หรือเวียนหัว

ขิง เครื่องเทศประจำครัวทุกชาติมีรสร้อน แก้ปวด ลดการอักเสบ ขับลม ขับปัสสาวะ เหมาะกับผู้หญิงมีธาตุน้ำเป็นเจ้าเรือน หรือมีน้ำมากและหนาวใน

จากหลักการใช้สมุนไพรดังกล่าว ผู้หญิงเราสามารถนำมาปรับให้เข้ากับตัวเอง โดยให้รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงตามวัยที่กำลังเกิดขึ้น รวมทั้งธรรมชาติของตัวเราเองด้วย นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรอีกหลายชนิด ที่มีสรรพคุณตามหลักการที่กล่าวมาข้างต้น และสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งของผู้หญิงในวัยนี้ คือสภาพของที่อยู่อาศัยและดินฟ้าอากาศ ซึ่งช่วงนี้ไม่ควรไปอยู่ในที่ลมแรง ไม่ควรเดินทางบ่อย หรือวุ่นวายกับการติดต่อ การดูโทรทัศน์-การใช้โทรศัพท์ที่นานเกินไป เพราะจะเป็นการเพิ่มการกำเริบของธาตุลม และยิ่งในหน้าหนาวทั้งเย็นและแห้ง ยิ่งจะเป็นการเติมอาการของ "ลมจะมา" ดังนั้น การดูแลสภาวะอารมณ์ เช่น ถือศีล ภาวนา การสวดมนต์บทยาวๆ จะช่วยควบคุมและบรรเทาอาการได้เป็นอย่างดี

หากท่านใดมีความสนใจ เชิญเข้าเยี่ยมชม ที่ศูนย์การเรียนรู้การดูแลสุขภาพภาคประชาชน ด้านการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องของสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ณ มูลนิธิเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โทรศัพท์ 0-3721-1289 ได้เลยค่ะ