ราชินีในความทรงจำ

สมเด็จพระศรีสุริโยทัย

คนไทยน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักสมเด็จพระศรีสุริโยทัย ในหนังสือประวัติศาสตร์ที่รู้จักกันแพร่หลายเช่น พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ฉบับหอสมุดแห่งชาติได้จดเรื่องที่เมื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสวยราชสมบัติได้ ๗ เดือน ภายหลังที่ปราบขุนวรวงศาธิราช (ซึ่งพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐเรียกว่าขุนชินราช) และแม่ยั่วศรีสุดาจันทร์เสร็จแล้ว ปรากฏว่าทางฝ่ายพม่าทราบเรื่องยุ่งเหยิงในกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าแผ่นดินพม่า (ซึ่งพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐระบุพระนามว่าพระยาหงสาปังเสวกี) ยกพลมายังกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้า เสด็จออกไปรบศึกพม่านั้น สมเด็จพระอัครมเหสี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระราชบุตรี เสด็จทรงช้างออกไปโดยเสด็จด้วย เมื่อได้รบศึกพม่านั้น ทัพหน้าแตกมาปะทัพหลวงเป็นโกลาหลใหญ่ และสมเด็จพระอัครมเหสี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระราชบุตรีนั้น ได้รบด้วยข้าศึกถึงสิ้นพระชนม์บนคอช้าง

พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ให้รายละเอียดว่า ศักราช ๙๐๕ ปีเถาะเบญจศก (พ.ศ.๒๐๘๖) สมเด็จพระเจ้าหงสาวดียกพลมาตีกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งที่ ๒ครั้นถึงวันอาทิตย์เดือน ๔ ขึ้น ๖ ค่ำ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสด็จยกพยุหโยธาออกไปดูกำลังข้าศึก ณ ทุ่งภูเขาทอง เสด็จทรงช้างต้นพลายแก้วจักรรัตน์ เป็นพระคชาธาร...พระสุริโยทัยผู้เป็นเอกอัครมเหสีประดับพระองค์เป็นพระยามหาอุปราช ทรงเครื่องสำหรับราชรณรงค์ เสด็จทรงช้างพลายทรงสุริยกษัตริย์เป็นพระคชาธาร...พลโยธาหารทั้งสองฝ่าย เข้าปะทะประจันตีฟันแทงแย้งยุทธ ยิงปืนระดมสาตราธุมาการตลบไปทั้งอากาศ พลทั้งสองฝ่ายบ้างตายบ้างลำบาก กลิ้งกลาดเกลื่อนท้องทุ่งเป็นอันมาก  พระสุริโยทัยเห็นพระราชสวามี เสียทีไม่พ้นมือข้าศึก ทรงพระกตัญญูภาพก็ขับพระคชาธารพลายทรงสุริยกษัตริย์สะอึกออกรับ พระคชาธารพระเจ้าแปรได้ล่างแบกถนัด พระคชาธารพระสุริโยทัยแหงนหงายเสียที พระเจ้าแปรจ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าวต้องพระอังษาพระสุริโยทัยขาดกระทั่งถึงราวพระถันประเทศ พระราเมศวรกับพระมหินทราธิราช ก็ขับพระคชาธารถลันจะเข้าแก้ พระราชมารดาไม่ทันทีพอพระชนนีสิ้นพระชนม์กับคอช้าง

การที่ราชนารีไทยออกรบทัพจับศึกเคียงบ่าเคียงไหล่กับชายจนถึงควงพระแสงของ้าวขึ้นคอช้างสูง ๖ ศอก ออกหน้าทหารเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน พระราชพงศาวดารฉบับนี้ให้คำอธิบายทางจิตวิทยาไว้ว่าเกิดจากเพราะ "ทรงพระกตัญญูภาพ" คือทรงมีความจงรักภักดีอย่างสูงสุดแด่พระสวามี เมื่อเห็นพระสวามีตกอยู่ในอันตราย ก็ไม่ทรงคิดอย่างอื่นรีบขับพระคชาธารของพระองค์เองเข้าขวางกั้น กันระหว่างพระสวามีกับภัยอันตรายนั้น คล้ายๆ กับว่าพระองค์ทรงทำโดยอัตโนมัติ ด้วยแรงจงรักภักดีสูบฉีดจนไม่ทรงมองอย่างอื่นอีกต่อไป แต่ถ้าเราจะพิจารณาให้ดีเราอาจจะเห็นสิ่งที่อยู่ในพระทัยของสมเด็จพระศรีสุริโยทัยมากกว่านั้น อีกประการหนึ่งเราอย่าลืมว่าพระองค์เป็นบรรพบุรุษสายตรงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คือสมเด็จพระศรีสุริโยทัยทรงเป็นชนนีของพระวิสุทธิกษัตรีย์ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิพระราชทานพระราชธิดาคือสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระสวัสดิราช พระราชทานนามว่าพระวิสุทธิกษัตรีย์ ให้เป็นตำแหน่ง พระอัครมเหสีเมืองพิษณุโลก พระราชทานแด่พระมหาธรรมราชา พระวิสุทธิกษัตรีย์ครองกันกับพระมหาธรรมราชาแล้วมีธิดาและโอรสเป็นพระสุพรรณกัลยา พระนเรศวร กับพระเอกาทศรถ สายสัมพันธ์ระหว่างสมเด็จพระศรีสุริโยทัยกับพระนเรศวร จึงทรงเป็นพระอัยกี (ยาย) แท้ๆ ของพระนเรศวร

เกียรติประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงรบเก่งเพียงไร ทรงกล้าหาญเพียงไร ใครบ้างจะกล้าถึงกับคาบดาบปีนค่ายของข้าศึกทั้งที่ตนเองเป็นเจ้าฟ้ารัชทายาท (เรื่องพระแสงดาบคาบค่าย) สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงรักประเทศไทยเพียงไร เป็นเรื่องที่คนไทยรู้กันดี ทรงรักประเทศชาติถึงกับทรงสละความสุขส่วนพระองค์ ตลอดเวลาที่ทรงครองราชย์ พระองค์ไม่ได้เสด็จประทับอยู่ใต้เศวตฉัตรในกรุงศรีอยุธยานานสักกี่มากน้อย พระอัครมเหสีพระองค์ก็ไม่ทรงมีเวลาที่จะมี เพราะพระองค์ต้องเสด็จนำกองทัพ ประทับในค่ายใต้ดาวเดือนต่างประทีป เพื่อป้องกันเขตแดนประเทศชาติจากอริราชศัตรูทั้งฝ่ายตะวันตกและตะวันออก พระองค์ไม่ได้กระหายใคร่จะมีพระราชโอรสไว้สืบราชสมบัติ พระองค์อาจจะทรงเห็นว่าพระอนุชาเจ้าคือพระเอกาทศรถที่ร่วมรบกับพระองค์มาตั้งแต่ยังเป็นเจ้าฟ้าชายอยู่ด้วยกัน น่าจะมีคุณสมบัติคุ้มครองประเทศไทยที่รักของพระองค์ได้ดีกว่าเจ้าฟ้าพระราชกุมารเล็กๆ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถทรงมีความกล้าหาญและทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์ให้แก่ประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง

เราจะคิดทำนองเดียวกันกับพระคุณสมบัติของพระอัยกี (ยาย) ของพระนเรศวรคือสมเด็จพระศรีสุริโยทัยได้หรือไม่คือนอกจากความรักความภักดีและความกตัญญูที่สมเด็จพระสุริโยทัยทรงมีต่อพระสวามีคือพระมหาจักรพรรดิแล้ว สมเด็จพระสุริโยทัยซึ่งเป็นนางกษัตริย์แท้ๆ คือนับเนื่องอยู่ในราชวงศ์ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา เป็นไปได้ที่พระองค์มีความกล้าหาญเป็นอย่างยิ่งสมเป็นเลือดเนื้อกษัตริย์ ภาพของกองทัพสมัยโบราณที่เต็มไปด้วยม้าช้างและปืนไฟ ดาบที่เปลือยฝักกวัดแกว่งกันอยู่รอบตัว เสียงสัตว์หน้าขนและคำคำรามผรุสวาทของข้าศึกไม่น่าที่สตรีเพศคนใดจะอยากไปเกลือกกลั้วในเมื่อไม่ใช่หน้าที่ แต่สมเด็จพระศรีสุริโยทัยไม่หวั่นเกรงภาพอันน่ากลัวนั้น ไม่ทรงหวั่นกลัวพระแสงของ้าวซึ่งยาวเท่าตัวคนและหนักแสนหนัก ไม่ทรงหวั่นกลัวช้างสูง 6 ศอก ที่พระองค์ต้องเหยียบตะพองของมันขึ้นไปนั่งประจำที่ที่ของนักรบคือ บนคอช้าง พระองค์รู้วิธีบังคับช้างด้วยพระบาทและตะขอ ที่สำคัญอย่างยิ่งคือพระองค์ทรงทราบว่าพระมหากษัตริย์คือดวงใจของประเทศ เสียอื่นสักเท่าไรก็ตกตาร้ายไม่เท่าเสียดวงใจของประเทศ สมเด็จพระศรีสุริโยทัยทรงตัดสินพระทัยแล้วที่จะป้องกันรักษาดวงใจของประเทศไว้ แม้ด้วยชีวิตของพระนางเอง

การกระทำของสมเด็จพระศรีสุริโยทัยช่วยเชิดชูเกียรติภูมิของผู้หญิงไทยให้สูงเด่น สตรีที่เป็นเมียและเป็นแม่ ทำหน้าที่ในครัวเรือนได้อย่างไม่มีที่ติ แต่เมื่อถึงคราวลำบากก็ยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อบ้านเกิดเมืองนอนได้ ถัดจากเรื่องของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย เราก็มีเรื่องของชาวบ้านบางระจันทั้งหญิงและชายที่ยอมตายในการต่อสู้กับพม่าในคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ แล้วยังมีเรื่องของคุณหญิงโมที่ได้รับพระราชทานยศบรรดาศักดิ์ว่าท้าวสุรนารี เรื่องของคุณหญิงจันทร์และคุณมุกน้องสาว ที่ได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็นท้าวเทพสตรีท้าวศรีสุนทร ชาติไทยไม่สิ้นไร้ วีรสตรี สตรีไทยทำหน้าที่ทุกอย่างเคียงข้างบุรุษ อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้หรอกกระมัง ที่สตรีไทย เมียไทย และแม่ไทยได้รับยกย่องเท่าเทียมบุรุษมาทุกสมัย เมื่อเกิดสมัยประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สตรีไทยก็ได้รับสิทธิในการเลือกตั้งมาตั้งแต่ต้นโดยไม่ต้องต่อสู้เรียกร้องดังที่เกิดในประเทศตะวันตก และลูกหญิงไทยก็มีสิทธิในมรดกของบิดา มารดา ไม่จำกัดว่าผู้ชายเท่านั้นที่จะได้มรดก 

สมเด็จพระศรีสุริโยทัยทรงเป็นหัวขบวนของผู้นำสตรีไทย และเชื้อสายสตรีของพระองค์ก็เป็นที่ต้องการของประเทศใกล้เคียงคืออยากจะได้ไปไว้เป็นพระมเหสี เห็นได้ว่าทรงทำให้ผู้หญิงไทยมีชื่อเสียงดีอย่างยิ่ง